โรงเรียรกาสรกสิวิทย์

ในโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เนื้อที่ 120 ไร่ ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2551 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารรี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยให้เป็นศูนย์กลางอบรมเกษตรกรและกระบือในการทำนา ทำการเกษตรและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตราสัญญลักษณ์ เป็นรูปหัวกระบือสีเขียวสดใสคาบฟางสีทอง ออกแบบโดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

    
    

ความเป็นมา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน พระราชวโรกาศให้ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอิบ
น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว จำนวน 110-3-81 ไร่ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดตั้ง โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ขึ้น และเสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเปิดโรงเรียน เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2552
วัตถุประสงค์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้ง
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ขึ้น เพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกกระบือให้สามรถไถนาและทำงานด้านการเกษตร และสอนผู้ที่ต้องการ
ใช้กระบือทำการเกษตรให้สามารถทำงานร่วมกับกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลกระบือให้มีสุขภาพแข็งแรง
นอกจากนี้จะเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านที่เรียบง่ายและการใช้ชีวิต
แบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

กิจกรรมในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์


1. การอบรมเกษตรกรและการฝึกกระบือผู้เรียนรู้
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์มีปราชญ์ท้องถิ่นเป็นผุ้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การทำการเกษตร ให้เกษตรกร เยาวชน และ
ประชาชน ที่สนใจการใช้กระบือทำการเกษตร หลักสูตรการฝึกกระบือของโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จะฝึกกระบือให้เชื่อง
และสามารถไถนาได้อย่างชำนาญ และฝึกเกษตรกรให้คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตร่วมกับกระบือ สามารถใช้อุปกรณ์ ไถนา
ได้อย่าง ถูกต้อง ควบคุมกระบือให้อยู่ในคำสั่งสามารถเลี้อง และดูแลกระบือ มีความรู้ในการจัดการเรื่องหญ้าและ
อาหารเสริมนอกจากนี้จะเสริมความรู้ด้านการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ผสมผสานและการใช้ชีวิตแบบพอเพียง

2. นิทรรศการ
มีโรงเรือนแสดงเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำนาที่ใช้มากันตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งทำขึ้นตามภูมิปัญญาชาวบ้าน อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ิแสดงจะนำไปใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่โรงเรียนหลังจากนำไปใช้แล้วจะทำความสะอาด เก็บเข้าที่เดิมเพื่อจัดแสดงต่อไป นับเป็นนิทรรศการที่มีชีวิต คือจะมีการเคลื่อนไหวและนำไปใช้จริง โดยสลับสับเปลี่ยน
หมุนเวียนไปตลอดเวลา

3. แปลงนา
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์มีแปลงนาที่ปลูกข้าวในระยะเวลาต่างกัน เพื่อให้ได้เห็นข้าวในระยะต่าง ๆและจะปลูกข้าวสลับกับพืช
หลังนาและพืชบำรุงดิน เพื่อให้ดินในแปลงนามีความอุดมสมบูรณ์เป็นการหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี

4. สระมะรุมล้อมรัก
มูลนิธิชัยพัฒนาได้ขุดสระน้ำมีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ ในบริเวณด้านหน้าโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เมื่อวันที 10 มีนาคม 2552
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงปล่อยปลาไทย 9 ชนิด จำนวน 905 ตัว บริเวณโดยรอบสระได้ทำดินเป็นขั้นบั้นได ปลูกหย้าแฝกเพื่อป้องกันดินพังทลาย และได้ปลูกต้นไม้หลายชนิด
โดยเฉพาะต้นมะรุมและต้นรัก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสระมะรุมล้อมรัก

5. ต้นไม้ในโรงเรียนกาสร
ต้นไม้ที่ปลูกใหม่ในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จะเป็นต้นไม้ที่รับประทานได้ทั้งสิ้น มีทั้งไม้ผล สมุนไพรและต้นไม้ที่ใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวัน เช่น มะรุม แค ขี้เหล้ก ชะอม ยอ มะดัน มะม่วง มะยม ชมพู่ ขนุน มะยงชิด มะปราง หว้า กล้วย อ้อย มะกอก
กระวาน อบเชย ข่า ตะไคร้ ไผ่ รวมทั้งต้น กระเบาจากวังสระปทุม ที่สมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงปลูกเป็นสิริมงคลที่บริเวณหน้า สำนักงานของโรงเรียน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552

6. บ้านดิน
เป็นที่พักของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและวิทยากร และเป็นต้นแบบของที่อยู่อาศัยจริงเพื่อหาขนาดที่เหมาะสมกับจำนวน
และสภาพของการพักอาศัย เพื่อใช้เป้นที่อยู่อาศัยต้นแบบของโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ซึ่งเป็นแบบที่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถ
กลับไปปลูกสร้างเองได้โดยใช้วัสดุถายในท้องถิ่นนั้น ๆ

7. ร้านควายคะนอง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เปิดร้านกาแฟ
ควายคะนอง เพื่อขายกาแฟและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน

คำศัพท์น่ารู้ในดรงเรียนกาสรกสิวิทย์

ปราชญ์ท้องถิ่น

เป็นคนท่องถิ่นที่มีความรู้และประสบการณ์ในการใช้กระบือไถนาและทำการเกาตรอื่นๆผูุ้้สอนให้เกษตรกรใช้กระบือไถนา
ดูแลกระบือ ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือแบบพื้นบ้านในการทำนา วิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์ และจะทำการฝึกกระบือผู้เรียนรู้
ให้ทำงานไปพร้อมกับเกษตรกร

กระบือผู้ให้ความรู้

เป็นกระบือทรงเลี้ยงที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในการไถนา จะเป็นผู้ฝึกสอนกระบือที่ไถนาไม่เป็นให้ไถนา คราด
และตีลูกทุบในแปลงฝึก คู่ไปกับกระบือที่มาเข้ารับการฝึกกระบือที่ไม่เคยไถนาเมื่อได้เดินตามกระบือที่ไม่เคยไถนา
เมื่อได้เดินตามกระบือผู้ให้ความรู้ระยะหนึ่งก็จะเกิดทักษะสามารถ ไถนาได้เอง

กระบือผู้เรียนรู้

เป็นกระบือของเกษตรหรือกระบือจากธนาคารโค-กระบือเพื่อการเกษตรตามพระราชดำริที่มีผู้มีจิตศรัทธาไถ่ชีวิต
เป็นพระราชกุศลถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริจะเป็น
ผู้คัดเลือกกระบือที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่ดี มาเข้ารับการฝึกจากโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้
ในการทำการเกษตรได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

เกษตรกรผู้เรียนรู้

คือเกษตรกรผู้ที่สนใจหรือเกษตรกรผู้ที่จะได้รับกระบือของธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ จะต้องเป็นผู้ที่
มีความตั้งใจที่จะนำกระบือไปใช้ทำเกษตรกรรมของตนอย่างจริงจัง เกษตรกรผู้เรียนรู้จะต้องเข้าพักอาศัยในโรงเรียน
และฝึกการใช้กระบือของตนกับปราชญ์ทท้องถิ่นของโรงเรียนนอกจากนี้ยังจะได้รับความรู้ทั้งด้านการเลี้ยงและดูแลกระบือ

ความร่วมมือในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์

กาดำเนินการจัดสร้างโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ จังหวัดสระแก้ว กรมปศุสัตว์
กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง ทางหลวงชนบท ทั้งยังได้มีการสร้าง
เครือข่ายความร่วมมือกันระหว่าง โครงการพระราชดำริ โดยได้นำราษฎรในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน)
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้ามาถ่ายทอดความรู้ระดับท้องถิ่นเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และภูมิปัญญาในระดับชาวบ้าน
ด้วยกัน

สถานที่ติดต่อ

1. โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
เลขที่ 999 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โทรศัพท์ 0-3743-5058
2. มูลนิธิชัยพัฒนา
อาคาร 608 สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต ถนนศรีอยุธยา ดุสิต กทม.10300 โทรศัพท์ 0-2282-4425-8
โทรสาร 0-2282-3339
3. ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ
ส่วนกลาง: กลุ่มโครงการพิเศษ สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี ตึกชัยอัศวรักษ์ ขั้น 4 กรมปศุสัตว์
ถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2653-4926 สวนภูมิภาค: สำนักสุขศาสตร์สัตว์
์และสุขอนามัยและสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ทั่วประเทศ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก
Tourism Authority of Thailand : Nakhon Nayok Office