จังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดชายแดนตะวันออก แม้ว่าเป็น
จังหวัดค่อนข้างใหม่
แต่ก็เก่าแก่มากด้วยอารยธรรมโบราณ
โดยจะเห็นได้จากกลุ่มปราสาทโบราณที่มีมากมาย
อยู่ทั่วจังหวัด และโบราณวัตถุที่หลงเหลือบอกเล่าเรื่องราว
ประวัติศาสตร์ ความรุ่งเรืองของแผ่นดินในอดีตให้แก่คนรุ่นหลัง
นอกจากแหล่งโบราณสถานที่น่าศึกษาทางประวัติศาสตร์แล้ว
จังหวัดสระแก้วยังมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น
อุทยานแห่งชาติปางสีดา ที่เป็นที่รู้จักกันดี ในบรรดาผู้รักธรรมชาติและการท่องไพร อุทยาน
แห่งชาติตาพระยา
อุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ ที่มีแนวเขตติดต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา
ซึ่งเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกัน ทำให้เป็นเขตที่มีการเชื่อมโยงของสัตว์ป่าไปมาระหว่างประเทศ
อย่างน่าสนใจ

จังหวัดสระแก้วยังมีประติมากรรมมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ
อย่าง "ละลุ"
ให้ไปชมและจินตนาการอีกด้วยว่าแท่งหิน
เหล่านี้ เป็นรูปลักษณะอะไร
สุดชายแดนอรัญประเทศ
เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดไปสู่ประเทศกัมพูชา
เชื่อมการ
คมนาคมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ให้เป็นเส้นทาง
เดียวกัน
ชาวไทยและชาวเขมรมีการข้ามฝั่งเพื่อค้าขายสินค้า
และท่องเที่ยวกันเป็นประจำ ที่นี่จึงมีสีสันผู้คนหลากหลาย
เผ่าพันธุ์
มีเสน่ห์น่ามองระหว่างจับจ่ายสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ
ตลาดที่เต็มไปด้วยของแปลกราคาถูกจากนานาประเทศเพื่อนบ้าน
ททท.จึงจัดทำคู่มือท่องเที่ยวฉบับนี้ขึ้น เพื่อนำท่านไปท่องเที่ยวยังสระแก้ว
จังหวัดสุดแดนบูรพาทิศ
ที่ซึ่งมีครบถ้วนทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์โบราณคดี วัฒนธรรมประเพณี และประตูที่เปิดไปสู่สิ่งมหัศจรรย์แห่งสุวรรณภูมิของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ตามรอยประวัติศาสตร์
สระแก้ว จังหวัดที่ ๗๔ ของประเทศไทย
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๒๔๕
กิโลเมตร
เดิมมีฐานะเป็นเมืองบริวาร
ของปราจีน
(เมืองประจิมในสมัยโบราณ)
ปราจีนได้รับการยกฐานะให้เป็นจังหวัด
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖
เมื่อยกเลิกระบบเทศาภิบาล ระแก้วจึงกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี
ต่อมาได้แยกตัว
ออกมาจากปราจีนบุรี
และได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม
พ.ศ.๒๕๓๖
จังหวัดสระแก้วมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับ ๔,๐๐๐ ปี
ตั้งแต่ยุคหินใหม่-ยุคโลหะ โดยมีการค้นพบวัตถุโบราณที่บ้าน
โคกมะกอก ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ ในยุคต่อมา
ก็มีการค้นพบโบราณวัตถุอีก เช่น ที่อำเภออรัญประเทศ
และเขตอำเภอตาพระยา แสดงหลักฐานว่าสระแก้วเคยเป็น
ชุมชนสำคัญ ที่มีความเจริญรุ่งเรือง ในยุคเจนละ-ทวารวดี
มีอารยธรรมและวัฒนธรรมเป็นของตนเองมีกษัตริย์หรือ
ผู้ครองเมืองที่นับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายและไวษณพนิกาย
ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและจารึกรูปอักษร
ปัลลวะต่างๆที่ปรากฏที่ปราสาทเขาน้อย เขารัง
และช่องสระแจง เป็นต้น
โดยเฉพาะจารึกรูปอักษร
ปัลลวะที่ปรากฏ ในบริเวณปราสาทเขาน้อย
เขตอำเภออรัญประเทศ ซึ่งถือกันว่าเป็นหลักฐาน
บันทึกศักราชที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มจารึกรุ่นแรกที่พบ
ในประเทศไทย สร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช ๑๑๘๐

นอกจากนี้ ยังมีการพบหลักฐานความเจริญของอารยธรรม
ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ในแถบนี้อย่างมากมาย
มีทั้งปราสาทอิฐ ปราสาทหิน เตาเผา เครื่องถ้วย และ
คูเมืองโบราณที่ยังเหลือร่องรอยปรากฏในปัจจุบัน เช่น
จารึกพบที่ปราสาทสล็อกก็อกธมอีก ๒ หลัก ซึ่งในระหว่าง
พุทธศตวรรษที่ ๑๕
ปราสาทสด๊กก็อกธมได้ถูกสร้างขึ้น
เพื่อเป็นเทวสถานของพระศิวะ
ดังข้อความในจารึก
สด๊กก็อกธมหลักที่ ๑ได้กล่าวถึงว่าในปีพุทธศักราช ๑๔๘๐
พระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ โปรดให้นำศิลาจารึกมาปักไว้ที่ปราสาท
สด๊กก็อกธมเพื่อประกาศห้ามเรียกข้าของเทวสถานแห่งนี้ไปใช้ในกิจการอื่น
แต่ให้ข้าของเทวสถานได้บำรุงรักษาและบูชา พระศิวลึงค์หรือรูปเคารพ
ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ เทวสถานสล็อกก็อกธมนี้ตลอดไป
ส่วนจารึกอีกหลักหนึ่งก็ได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้าอาทิตยวรมัน
ที่ ๒
ซึ่งได้ทรงบูรณะโบราณสถานแห่งนี้จนสำเร็จ พร้อมจารึก
ที่เกี่ยวกับอารยธรรมและศาสนา เป็นต้น
จากจารึกและ
โบราณสถานที่พบนี้ สามารถบ่งบอกให้เราทราบถึง
ระบบการปกครองของอาณาจักรขอมโบราณบนผืนแผ่นดิน
สระแก้วแห่งนี้
เปรียบเสมือนมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชน
ที่มีคุณค่า
เป็นคุณประโยชน์ต่อการศึกษายิ่ง
เขตการปกครอง
จังหวัดสระแก้ว แบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ และ ๒ กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว
อำเภอวัฒนานคร
อำเภออรัญประเทศ อำเภอตาพระยา อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอวังน้ำเย็น
อำเภอคลองหาด
กิ่งอำเภอโคกสูง
และกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๗,๑๙๕
ตารางกิโลเมตร หรือ
๔,๔๙๖,๙๖๑ ไร่
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรีและอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

สัญลักษณ์
ตราประจำจังหวัด คือ รูปพระพุทธรูปปางสรงน้ำ ประทับยืน
บนดอกบัวกลางสระแก้วสระขวัญ ตอนกลางเป็นพระอาทิตย์
ยามรุ่งอรุณ ด้านหลังสุดเป็นรูปปราสาทเขาน้อยสีชมพู
ภาพพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ หมายถึงจังหวัดสระแก้วตั้งอยู่
ทางทิศบูรพา
ภาพโบราณสถานปราสาทเขาน้อยสีชมพู
เป็นโบราณสถานที่สำคัญในเขตจังหวัดสระแก้ว
ภาพพระพุทธรูปปางสรงน้ำประทับยืนบนดอกบัว
เป็นพระพุทธรูปที่จะสร้างเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด
เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นนิมิตหมายแห่งความชุ่มชื้น
ร่มเย็น
ต้นไม้ประจำจังหวัด ต้นมะขามป้อม
ดอกไม้ประจำจังหวัด ดอกแก้ว
ระยะทางจากอำเภอเมือง ฯ ไปยังอำเภอใกล้เคียง
อำเภอเขาฉกรรจ์ ๑๙ กิโลเมตร อำเภอวัฒนานคร ๓๘ กิโลเมตร อำเภอวังน้ำเย็น ๕๐ กิโลเมตร
อำเภออรัญประเทศ ๕๔ กิโลเมตร อำเภอคลองหาด ๖๕ กิโลเมตร อำเภอตาพระยา ๑๐๐ กิโลเมตร

การเดินทาง (ดูแผนที่)
รถยนตร์ การเดินทางไปจังหวัดสระแก้วสามารถใช้เส้นทางได้ ๔ เส้นทาง ได้แก่
1. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางสายพหลโยธินมาถึงรังสิต แล้วให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวน
ข้ามมาลงที่เส้นทางหมายเลข
๓๐๕ ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนั้น
เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓ ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี
ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว
ระยะทางประมาณ ๒๑๔ กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ แล้วเลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามทางหลวง
หมายเลข
๓๓ ผ่านจังหวัดนครนายก
ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ ๒๔๕ กิโลเมตร
3. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ผ่านเขตมีนบุรี ฉะเชิงเทรา จากนั้น
ให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม
พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๓๕ ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอ
กบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหมายเลข ๓๐๔ พอถึงประมาณกิโลเมตรที่
๙๕ ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง
เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓
ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ ๒๑๐ กิโลเมตร
4. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ผ่านเขตมีนบุรีไปจังหวัดฉะเชิงเทรา
จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอ
พนมสารคาม ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนา เขาหินซ้อน จะมีทางแยกขวาไปจังหวัดสระแก้วทางหลวงหมายเลข ๓๕๙
รถโดยสารประจำทาง
บริษัทขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ
ออกจากสถานี
ขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร ๒ ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ โทร.๐-๒๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖ ต่อ ๓๑๑
รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการขบวนรถโดยสาร
สายกรุงเทพ ฯ -
สระแก้ว - อรัญประเทศ วันละ ๒ ขบวน
เวลา ๐๕.๕๕ น. และ
๑๓.๐๕ น.
อัตราค่าโดยสารคนละ ๔๘ บาท
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทาง
โทร. ๐-๒๒๒๓-๗๐๑๐, ๐-๒๒๒๐-๔๓๓๔, ๑๖๙๐ |