ตลาดโรงเกลือหรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก เป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุด
ในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน อ. อรัญประเทศ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต
จังหวัดบันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตลาดโรงเกลือมี 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย
ตลาดเทศบาล ๒ (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล ๓ ( ตลาดโกลเดนเกต) และตลาดเบญจวรรณ
มีร้านค้าประมาณ 3,000 ร้าน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีสินค้านานาชนิด
ที่แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น จะมีนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว จะมีนักท่องเที่ยว
มาจับจ่ายซื้อสินค้ามากที่สุด เดินทางมาจับจ่ายซื้อหาสินค้าแบรนด์เนมราคาถูก คุณภาพดี จากทั่วทุกมุมโลก
มีเงินหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และสูงขึ้น 10 เท่าในช่วงวันหยุด

สินค้าที่ขาย

 
มีทั้งสินค้าใหม่และเก่า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพชร พลอย เครื่องเงิน
ปลาแห้ง ปลาย่าง ถ้วยชาม จากเขมร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเคลือบ ถ้วยชาม
ผ้าม่าน ผลไม้จากประเทศจีน เวียดนาม แมลงสารพัดชนิด เช่น แมงป่อง
ตั๊กแตน หนอนไม้ไผ่ ซึ่งแมลงที่นำมาขายถูกแรงงานชาวเขมรทำความสะอาด
เบื้องต้นด้วยการเด็ดปีก เด็ดหาง ล้างน้ำ แล้วเก็บไว้ในห้องเย็นและใส่กระสอบ
เตรียมขายต่อไป

ตลาดโรงเกลือเป็นศูนย์กลางสินค้าแบรนด์เนมมือหนึ่งและมือสองจากทั่วโลก
เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ เยอรมนี
 
 

ที่มาที่ไปของสินค้าแบรนด์เนม


 

จุดเริ่มต้นการกำเนิดของสินค้ามือสองในตลาดโรงเกลือ คือ สมัยที่
กัมพูชาเพิ่งเสร็จสิ้นภาวะสงคราม ชาวเขมรยังยากจน นานาประเทศ
ได้บริจาคเสื้อผ้าดี ๆ มียี่ห้อ ผ่านองค์การสหประชาชาติ ให้ชาวเขมร
ชาวเขมรจึงนำเสื้อผ้าที่ไดรับบริจาคข้ามมาขายฝั่งไทยในราคาถูก

ปัจจุบันสินค้ามือสองที่เป็นของบริจาคไม่มีแล้ว ที่วางขายทุกวันนี้
ส่วนมากเป็นของเหลือใช้ ที่มีการรับซื้อจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง
นำมาขายต่อที่ตลาดโรงเกลือ จ. สระแก้ว ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด
ในบรรดาตลาดที่รับซื้อสินค้ามือสองจากต่างประเทศ

 
 

ส่วนสินค้าประเภทรองเท้า กระเป๋า เสื้อกันหนาว จะถูกคัดแยกใส่ตู้
คอนเทนเนอร์มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ส่วนกางเกงยีนส์
และกางเกงอื่นๆ จะถูกบรรทุกผ่านมาทางท่าเรือกำปงโสม ประเทศ กัมพูชา กางเกงยีนส์บางตัวมียี่ห้อ ราคาแพง เมื่อถูกซ่อมแซมแล้ว
จะถูกส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อสินค้ามาถึงตลาดโรงเกลือ พ่อค้าคนกลางจะนำคนงาน
ไปคัดแยกตามสภาพความใหม่เก่า เพื่อกำหนดราคาขาย ต่อจากนั้น
ทำความสะอาด ชิ้นไหนชำรุดก็ซ่อมแซม บางชิ้นถ้าไม่ชำนาญจริง ๆ
จะดูไม่ออกเลยว่าเป็นของมือสองทั้ง ๆ ที่ถูกซ่อมมาแล้ว

 

 
 

เจ้าของร้านค้าในตลาดโรงเกลือ เป็นพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยประมาณร้อยละ 10 ส่วนใหญ่เป็นชาวเขมรเชื้อสายจีนและเวียดนาม ที่อพยพมาจากพนมเปญ เสียมราฐ พระตะบอง

ด่านฯ เปิดตั้งแต่ 07.00 – 20.00 น. ช่วง 07.00 – 08.00 น. เป็นช่วงที่คนกัมพูชาจะข้ามแดนมาไม่ต่ำกว่า
2,๐๐๐ คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกจ้างที่ไม่มีสัมภาระติดตัว ซึ่งจะมายืนรอกันตั้งแต่เช้ามืด
เพื่อรีบไปเปิดร้านค้าของนายจ้างในตลาด กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าเข้ามาขายด้วยการขนหิ้ว หาบ หรือเทินหัว
กลุ่มกุลีที่เข้ามารับจ้างเข็นของและขนสัมภาระของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปนครวัด-นครธม

ข้อแนะนำการซื้อ


 

ควรพิจารณาสินค้าให้ถ้วนถี่
เนื่องจากสินค้าที่ขายในตลาด
โรงเกลือ โดยเฉพาะสินค้า
แบรนด์เนมมีทั้งของแท้และ
ของเทียม กางเกงยีนส์ลีวายส ์
ริมแดง จากเดิมราคา 1,500-
2,000 บาท สามารถซื้อได้
ในราคา 700 - 950 บาท
แต่ถ้าตาไม่ดีจะได้ของเทียม
ในราคาเท่าของแท้

 
 

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

จักรยานให้เช่าเที่ยวในตลาด ราคา ๒๐ บาทต่อคันต่อวัน
รถลากให้บริการ ในราคาที่จะตกลงกันเอง  

กว่าจะเป็นตลาดโรงเกลือ

ในอดีตบริเวณชายแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จัดตลาดปอยเปตในฝั่งกัมพูชาในฐานะที่เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าราคาถูก ต่อมาเมื่อเกิดสถานการณ์สู้รบในกัมพูชา ทำให้ตลาดปอยเปตซบเซา ภายหลังเสร็จสิ้นภาวะสงคราม รัฐบาลไทยกำหนดให้ชายแดนบริเวณเชื่อมต่อกับตลาดปอยเปตเป็นจุดผ่อนปรน จึงเกิดการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ บริเวณโรงเกลือหรือโกดังเก็บเกลือในฝั่งไทย ก่อนที่จะกลายมาเป็นตลาดในปัจจุบัน ส่วนตลาดปอยเปตที่เคยเป็นแหล่งสินค้าราคาถูก มีอาคารผุดขึ้นหลายหลังซึ่งเป็นบ่อนการพนัน นักพนันหลายคนสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะบ่อนการพนันเหล่านี้ เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตลาดโรงเกลือถูกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วพัฒนาเรื่อยมา จนเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร ปัจจุบัน อบจ.สระแก้ว เป็นหน่วยงานจัดการ


แผนที่ไปตลาดโรงเกลือ

การเดินทางไปจังหวัดสระแก้วสามารถใช้เส้นทางได้ ๔ เส้นทาง ได้แก

1. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางสายพหลโยธินมาถึงรังสิต แล้วให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวน
ข้ามมาลงที่เส้นทางหมายเลข ๓๐๕ ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนั้น
เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓ ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว
ระยะทางประมาณ ๒๑๔ กิโลเมตร


2. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ แล้วเลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามทางหลวง
หมายเลข ๓๓ ผ่านจังหวัดนครนายก ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ ๒๔๕ กิโลเมตร


3. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ผ่านเขตมีนบุรี ฉะเชิงเทรา จากนั้น
ให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๓๕ ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอ
กบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหมายเลข ๓๐๔ พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๙๕ ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง
เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓ ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ ๒๑๐ กิโลเมตร


4. จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ผ่านเขตมีนบุรีไปจังหวัดฉะเชิงเทรา
จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอ พนมสารคาม ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
จะพบทางแยกขวาไปจังหวัดสระแก้วทางหลวงหมายเลข ๓๕๙


รถโดยสารประจำทาง
บริษัทขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานี
ขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร ๒ ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ โทร.๐-๒๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖ ต่อ ๓๑๑


รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการขบวนรถโดยสาร
สายกรุงเทพ ฯ - สระแก้ว - อรัญประเทศ วันละ ๒ ขบวน
เวลา ๐๕.๕๕ น. และ ๑๓.๐๕ น.
อัตราค่าโดยสารคนละ ๔๘ บาท

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทาง

โทร. ๐-๒๒๒๓-๗๐๑๐, ๐-๒๒๒๐-๔๓๓๔, ๑๖๙๐


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก
Tourism Authority of Thailand : Nakhon Nayok Office