สารคดีท่องเที่ยว

โรยตัว ไต่ผา ค้นหาหุบเขาดอกไม้

ใคร ๆก็เล่นได้ไม่ยาก

อภินันท์ บัวภักดี … เรื่องและภาพ

 

ล้ำลึก … ต่ำใต้น้ำตกธารรัตนายังมีหุบผาดอกไม้กว้างใหญ่ ที่ถ้าไม่โรยตัวลงไปก็จะไม่มีวันได้สัมผัส ความงามอันยิ่งใหญ่นั้น

การโรยตัว คือการใช้อุปกรณ์ปีนหน้าผาโรรยคนลงจากภูเขาสูงไม่ใช่การโรยแป้งกระป๋องหอม ๆ ลงไปบนร่างกาย การโรยตัวมีภาพของความน่ากลัวจากความสูงของภูเขา ความคมแข็งของแง่หิน อาการแขวนค้างต่องแต่ง และหากตกลงมาก็น่าจะดูไม่จืด ตรงข้ามกับการโรรยตัวด้วยแป้งหอมที่มีแต่ความสุขกาายสบายใจและมีใบหน้าหวาน ๆ ของใครคนหนึ่งอย่างคุณชูวิทย์ กมมลวิศิษฏ์ ลอยมาให้เห็นราง ๆ
ใคร ๆ หลายคนคงคิดว่าการโรยตัวเป็นการท่องเที่ยวผจญภัยที่น่ากลัว อันตราย เล่นยาก ต้องบใช้ความกล้าหาญ อย่างน้อยก็ต้องน้อง ๆ การปีนเขาขึ้นไปนั่นแหละ แต่อันที่จริง การโรยตัวลงมาไม่ใช่เรื่องยาก ใคร ๆ ก็ทำได้ ขนาดรีสสอร์ตที่ขายการท่องเที่ยวแบบผจญภัยหลายแห่งยังมีหอสูงสำหรับสอนและเล่นโรยตัวตั้งอยู่ ใคร ๆ ก็ไปเล่นได้ แต่เล่นเองไม่ได้ ต้องมีคนสอนและมีพี่เลี้ยงช่วยดูแล และทุกคนที่ไปเล่นก็สามารถจะโรยตัวลงมาจากหอสูงได้จริง ๆ ในเวลาไม่นานนัก เพียงแต่ใครจะท่าสวยกว่าใครเท่านั้นเอง
และที่น้ำตกธารรัตนา เชิงเขาใหญ่ด้านจังหวัดปราจีนบุรี น้ำตกที่ดูเหมือนจะเล็กจนใครต่อใครผ่านเลยไปหมด ที่นั่น วันนี้มีมืออาชีพกลุ่มหนึ่งมาช่วยทำให้การโรยตัวลงจากภูเขาสูง เรื่องที่ดูจะยากกลับกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรรับทุกคน คนกลุ่มนี้จะนำภานักท่องเที่ยวโรยตัวลงจากยอดเขาสูง เข้าสู่ส่วนสำคัญของธารน้ำตกที่หลงสำรวจอยู่ใจกลางป่าลึก ที่ที่ดอกไม้ป่าพากันผลิบานสะพรั่ง สองข้างธารน้ำสวยใส ที่ที่มีนน้ำตกสูงให้โรยตัวลงมาถึง ๔ ชั้น นับรวมความสูงได้หลายร้อยเมตร จากนั้นจึงนำพาเดินท่องป่าและโรยตัวครั้งสุดท้ายจากยอดน้ำตกลงสู่เรือคายัก และภายเรืออกลับเข้าหาฝั่งที่เขื่อนวังบอนอย่างปลอดภัย

นับเป็นการท่องเที่ยวผจญภัยรายการเด็ดที่ให้ทั้งความสสนุกสนานน่าตื่นเต้น ให้ทั้งทักษะการโรยตัว การเดินป่า การแสวงหา และยังมีความงดงามสุดยอดอีกด้วย

และมืออาชีพกลุ่มนี้ คือ สาริกาแอดเวน เจอร์ พอยท์ บริษัทเอกชนที่ทำการท่องเที่ยวแบบโรยตัว ปีนผา พายเรือ เดินป่า อยู่แล้วเป็นประจำบนเส้นทางสายน้ำตกสาริกา – นางรอง จังหวัดนครนายก นั่นเอง

มือใหม่ ล้วนไม่เคย ลูกทัวร์ของกลุ่มผมสำหรับรายการเด็ดคราวนี้ก็คือผม หนุ่มเหลือน้อยพุงปลิ้น คุณพริก หนุ่มร่างโย่งผู้สวมรองเท้าแตะเป็นนิสัย คุณทีม สาวน้อย แต่ตัวใหญ่ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
คุณโอ๋
เลขาฯ สาวเฉียดสวย น้องเปิ้ล สาวน้อยนักศึกษาขาวหมวย เราทั้งห้าคน ล้วนไม่เคยมีประวัติการปีนเขา ไต่เขา ไม่เคยแม้แต่จะโรยตัวลงมาจากหอสูง หรือหน้าผาจำลอง คุณทีมเป็นนักลื่นล้มก้นกระแทกพื้น ทำสถิตินัดสุดท้ายที่น้ำตกหมันแดงไป ๑๕ ป้าบ ส่วนคุณโอ๋ เลขาฯ สาวถนัดเรื่องแต่งตัวสวย และงานเลขาฯ และน้องเปิ้ลก็ถนัดมาก ในการเอาแป้งและลิปสติก โปะหน้าทาปากเป็นสีชมพูขาว “ ปิ๊ง ” ตลอดทั้งวัน สรุปแล้วคณะนี้ไม่มีใครสักคนที่มีวี่แวว ว่าจะเป็นนักปีนหน้าผา มี่แต่วี่แววว่าจะต้องแขวนต่องแต่งกันบนหน้าผาคนละนาน ๆ อย่างแน่นอน

หน้าผา เขาหล่น ความสูงประมาณ ๒๐ เมตร เราห้าคนสวมอุปกรณ์ปีนเขาครบ ตั้งแต่ HARNESS อุปกรณ์รับน้ำหนักตัวที่ดูยังไงก็คล้าย ๆ กับกางเกงขาสั้นที่มีแต่ตะเข็บกับขอบกางเกง ไม่มีเนื้อผ้า ผมยุให้สามสาวสวมแต่ HARNESS ไม่ต้องสวมกางเกง ไม่ยักมีใครยอม พอคุณพริกจะยอม กลับไม่มีใครยอมให้คุณพริกสวมแบบนั้น กลัวตาเป็นกุ้งยิง อุปกรณ์อีกอย่างคือ SNAPLINK ที่จะหน้าที่เหมือนเข็มกลัด กลัด HARNESS เอาไว้กับ FIGURE 8 ห่วงโลหะที่หน้าตาคล้ายเลข 8 เจ้า FIGURE 8 ตัวนี้แหละ จะทำหน้าที่โรยเชือกหยุดเชือก ให้เราตกลงช้าเร็วได้ดังใจ อุปกรณ์นออกนั้นก็มีหมวกกันน็อกกันก้อนหินแตกกันก้อนหินแตก เวลานักโรยตัวเผลอเอาหัวไปกระแทก กับถุงมือกันเชือกบาดมือ เท่านั้นก็จบ
แล้วเราทั้งห้าคนก็พากันกกระเย้อกระแหย่งกระฉึกกระฉัก หัดโรยตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ที่เขาหล่นอยู่คนละสองสามรอบประสาคนเพิ่งจะหัดในที่สุดพี่เลี้ยงคงจะทนดูไม่ได้ บอกว่าพวกคุณทุกคนทำได้ดีมากเราไปเจอของจริงกันดีกว่า ว่าแล้วขบวนคนทั้งหมดรวมมยยี่สิบกว่าคนเป็นลูกทัวร์สองคณะ ที่ตอนหลังมีพยาบาลสาวน้อยจากศิริราช ตั้งกล้องอันเบ้อเริ่มเทิ่มสะพายแล่งอยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้าง
พอยืนหันหลังที่ริมหน้าผาได้มั่น เชือกโรยตัวอยู่ในมือทั้งสองข้างผมก็หงายหลังเอนตัวลงไปจนถึงเกือบจะ ๗๐ องศา ขาขยับยันพื้นไปตามอาการเอียง พอยันได้ที่ เชือกขึงตึง FIGURE 8 ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างราบรื่น ผมลองผ่อนเชือกด้วยการกางข้อศอกขวาออกไปตัวตกวูบลงหน่อยหนึ่ง เท้าผมขยับยันหน้าผาตาม ลื่นนิดหนึ่ง แต่ก็พอยันได้ ผมหุบข้อศอกรั้งเชือกมาทางด้านหลัง อาการตกหยุดลง ดูทุกอย่างอยู่ในการควบคุมบังคับของมือทั้งสอง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคนข้างล่างช่วย BELAY ป้องกันอาการตกลงไปอีกคน ก็ยังมั่นใจแล้วผมก็ค่อย ๆ กางข้อศอก หุบเข้า ตกลง และหยุด เป็นอาการกระโดดลงไปเบื้องล่างทีละคืบ ๆ ตามท่าทางที่ถูกต้องของการโรยตัวลงไปทีละช่วงสั้น ๆ อย่างมือใหม่ แต่มั่นใจ
พอลงไปได้สัก ๑๐ เมตร มองไปที่ข้างตัวตอนนี้ ผมตกตะลึงตรึงตัวอยู่กับที่ เพราะที่หน้าผาชัน ๙๐ องศาตรงนั้น ดอกไม้ป่าสีเหลืองบานสะพรั่งขึ้นเป็นช่อไสวสวยงามอยู่ตามหลืบตามซอกหิน น่าเสียดายที่ตอนนี้ในมือผมมีแต่เชือก ไม่มีกล้อง ไม่งั้นผมคงจะได้ภาพดอกไม้สวย ๆ ที่หน้าผามาฝากท่านผู้อ่าน

พอลงไปได้สักครึ่งทาง ดอกไม้ป่าสีเหลืองยังเห็นอยู่เป็นหย่อม ๆ แต่มีสีชมพูเข้ามาเพิ่มแซมเติมเป็นจุด ๆ กลางทางตรงนั้นเป็นตระพักมีช่วงพอให้หยุดยืนได้สบาย พี่หมู เจ้าของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ยืนรอดูลูกทัวร์ทุกคนอยู่ตรงนั้น พี่หมูถามเป็นไงบ้าง ผมตอบสบาย ๆ แต่ชักจะเมื่อยแขน พี่หมูปล่อยให้ผมลงต่อไป ช่วงข้างล่างหน้าผาหินเว้าลึกเข้าไป ทำให้เท้าไม่มีที่ยัน ต้องปล่อยตัวห้อยตามสบายแล้วผ่อนเชือกลงมา ท่าไม่สวยงามเหมือนเก่า แต่ก็ลงมาได้สะดวกไม่ติดขัด

มองไปทางขวาตอนนี้จึงเห็นสายน้ำตกมหึมาของธารรัตนาชั้นสองสวรรค์บังหน้าผาอยู่อย่างมิดชิด แบบนี้เองที่ใคร ๆ ถึงไม่รู้ว่ามีน้ำตกใหญ่อยู่ข้างล่างนี่ความสูงของน้ำตกธารรัตนาชั้นสองสวรรค์นี้สัก ๒๐ เมตรเห็นจะได้ ลำธารน้ำที่พุ่งตกลงมาเป็นสายน้ำสีขาวสะอาด สวยงามดังปุยฝ่าย คุณโอ๋ เลขาฯ สาวนั่งแช่น้ำตกร้องเชียร์ผมอยู่ที่ธารน้ำตกตรงนั้น

แล้วผมก็ลงพื้นล่างได้อย่างปลอดภัย มุมมองจากตรงนั้น มองขึ้นไปที่น้ำตกเป็นซอกหลืบ สวยงามมาก และไม่เปียก จากที่ตรงนี้ผมจึงค่อยงัดกล้องออกมาถ่ายภาพได้ แล้วคนอื่น ๆ ก็ค่อยโรยตัวติดตามกันลงมา ทีมงานของสาริกา แอดเวนเจอร์ฯ ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง เสียง ว. แดง หรือ วิทยุรับ-ส่งแบบที่เอกชนมีได้ไม่ต้องขออนุญาต ดังรายงานการลงของแต่ละคนอย่างถี่ยิบ สาวเปิ้ลกับสาวทีมที่น่าเป็นห่วงที่สุด ลงมาพร้อม ๆ กันกับพี่เลี้ยงของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ อีกคน สอนวิธีการลงกันมาเรื่อย ๆ ตลอดทาง

คุณพริกเป็นคนที่คณะทำงานของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ เป็นห่วงมากที่สุด เพราะลงมาด้วยรองเท้าแตะ แต่ก็ลงมาแตะพื้นได้อย่างนุ่มนวล สรุปแล้วลูกทัวร์ทุกคน โดยเฉพาะสาว ๆ สามารถผ่านด่านแรกที่สูงที่สุด ตื่นเต้นที่สุด ลงมาได้ทั้งหมด

จากที่นี่เราต้องโรยตัวเตี้ย ๆ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะลงลุยน้ำข้ามแอ่งกว้าง
ของชั้นสองสวรรค์ออกมาพักเหนื่อย พร้อมกับชมน้ำตกชั้นสองสวรรค์อยู่ไกล ๆ
พี่หมูบอกกับผมว่า ผ่านด่านนี้มาได้ก็สบายแล้ว เพราะด่านแรกนี้แหละที่ยากที่สุด เป็นจุดสุดยอดของการเดินทางสายนี้แล้ว เพราะสูงที่สุด ชันที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด น่าตื่นเต้นที่สุด และถ้าเป็นแบบกลุ่มของคุณ คือทุกคนเป็นมือใหม่สำหรับการโรยตัวทั้งหมด นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่คุณได้เจอหน้าผาจริง ๆ และเจอครั้งแรกก็ถูกปล่อยเดี่ยวที่ความสูง ๖๐ เมตร ทั้งลื่น ทั้งเปียกแฉะอย่างนี้น่าชมเชยที่คุณผ่านมันมาได้ แม้จะไม่งดงามเท่าไหร่ที่หน้าผาข้างหน้านั้น
คุณจะลงมาได้อย่างงดงามกว่านี้
“ มันไหมล่ะ ” พี่หมูถามปิดท้าย ซึ่งคำตอบของผมก็คือ อื้อหือ มันจริง ๆ โรยตัวครั้งแรกในชีวิต กับหน้าผาดอกไม้สูง ๖๐ เมตร ทั้งฝนตก ทั้งเปียก ทั้งลื่น ลงมาคนเดียว ไม่มีเพื่อน แบกกล้องกับขาตั้งกล้องชุดใหญ่ลงมาด้วย เป็นสุดยอดการเดินทางผจญภัยที่มันสะใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเลยจริง ๆ

ด่านที่สอง เพิงพาดอกไม้ ติดตามความมัน ด้วยความงดงาม ด่านที่สองเป็นชั้นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่นัก สูงประมาณสัก ๑๕ เมตร ความลาดชันประมาณ ๗๐ องศา ไม่ตัดตรง ๙๐ องศาลงไปเหมือนด่านที่แล้ว ธารน้ำตกไหลลงด่านหนึ่ง ส่วนนักโรยตัวลงอีกด้านหนึ่ง ข้าง ๆ น้ำตก ด้วยความที่หน้าผานี้เป็นหน้าผากว้าง ทีมงานสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ จึงผูกเชือกโรยตัวให้เราได้สองสาย ลงได้ทีละสองคน

เจอด่านแรกตื่นเต้นที่สุด สูงที่สุด ชันที่สุดมาแล้ว ด่านนี้น้ำตกไม่สูงเท่าไร ทีมมือใหม่เราจึงสู้ได้สบายมาก อุปสรรค์ที่ต้องเอาชนะให้ได้คือความเปียกแฉะของสายฝนที่ยังคงตกตลอดเวลา ผมเป็นคนแรกที่ลงมาก่อนตามเคย แล้วก็ไม่มีอะไรเสียหน้า สายฝนกลับไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเพื่อนที่ช่วยให้ความฉ่ำเย็นสบายในการโรยตัวมากกว่า ผมกระโดดถอยหลัง เท้ายันหน้าผารูดลงมาทีละน้อย ๆ ได้อย่างไม่ค่อยจะสวยงามเท่าไหร่ แต่ปลอดภัย
พอลงมาแล้วมองขึ้นไปข้างบนเท่านั้น โอ้โฮ ดอกไม้สีชมพูข้างธารน้ำตกมากมาย สวยไปหมด ผมเริ่มลงมือหามุมถ่ายภาพ ถึงตอนนี้ฝนกลับกลายเป็นอุปสรรคใหญ่มาก เพราะไม่มีมุมสวย ๆ ที่หลบฝนได้ ผมเลยต้องถ่ายภาพมันทั้ง ๆ ฝนตกนั่นแหละ

ฝนตกตลอดทำให้การถ่ายภาพทำได้ค่อนข้างลำบาก แต่ก็พอกล้อมแกล้มถ่ายไปได้ทั้งเปียก ๆ มีตอนหนึ่งที่กำลังถอดเปลี่ยนเลนส์ ฝนเจ้ากรรมหยดเม็ดเบ้อเริ่มเข้าไปในกล้อง เล่นเอาช่องมองภาพฝ้าไปหมดพอเช็ดฝ้าออกไปสักพักม่านชัตเตอร์กล้องก็ทำงานแค่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ภาพที่ออกมากลายเป็นภาพแบน ๆ แนวพานอรามาที่ไม่สมบูรณ์แต่ทำไงได้ ก็ต้องถ่ายต่อไป

แล้วคนอื่น ๆ ก็ผ่านลงมาได้หมด คุณเปิ้ลกับคุณทีมยังเป็นไข่ในหินที่ทางทีมงานสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ต้องตามดูแลมาตลอด แต่ทั้งหมดก็ผ่านชั้นนี้มาได้อย่างปลอดภัย
อาหารกลางวันของเราเป็นอาหารกลางวันกลางสายฝน ถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครกลัวเปียกกันแล้ว เพราะเปียกกันมาตั้งแต่แรก เราทั้งหมดนั่งกินข้าวเหนียวหมูหวาน ของฝากสำคัญของจังหวัดนครนายกกันกลางสายฝนอย่างเอร็ดอร่อย

ด่านที่สาม น้ำตกใหญ่ ความเมามันที่ทั้งชัน ลื่น และเปียกแฉะ

จะข้ามไปด่านที่สามเราต้องเดินข้ามทางน้ำไหลแรงริมหน้าผาทีมงานของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ จึงจัดทำเชือกข้ามน้ำไหล โดยให้คุณเอสหนุ่มจอมลุย เอาปลายเชือกข้ามฟากไปก่อน พอเชือกข้ามสายน้ำเส้นหลักเรียบร้อย ตอนจะข้ามก็ให้พวกเราเอา SNAPLINK ประจำตัวไปเกาะกับเชือกข้ามน้ำไว้ แล้วค่อยลุยข้ามไปเป็น SAFTY ไปในตัวที่ตรงนี้ผมลองปล่อยตัวไปตามน้ำไม่ขืนน้ำ ผลปรากฏว่าตัวลอยไปจนจะตกหน้าผา ต้องตึงเชือกที่ผูกติดกับ SNAPLINK ลากตัวเองกลับมาแทบไม่ทัน

ด่านที่สาม หรือหน้าผาที่สาม เป็นหน้าผาชันดิ่งเกือบ ๙๐ องศา หักศอกลงไปสูงอีกประมาณ ๒๐ เมตร ที่ทั้งเปียก ทั้งลื่น เพราะเต็มไปด้วยตระไคร่น้ำ น่าจะลื่นที่สุดในบรรดาที่เราผ่านมาทั้งหมด ผมลงหน้าผาเดี่ยวมาก่อนเป็นคนแรกด้วยท่วงท่าสวยงามกว่าทุก ๆ ครั้ง อาจเป็นเพราะชักจะมั่นใจแล้วว่าลงได้แน่ แต่ความลื่นของผนังผาก็ทำให้ผมพลาดก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ ขึ้น เชือกโรยตัว FIGURE 8 ทีมงานของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ที่ BELAY อยู่ข้างล่างช่วยผมได้มาก ในที่สุดผมก็ลงมาได้อย่างเรียบร้อยในเวลาไม่นานนัก
พอลงมาผมก็ขึ้นไปใหม่ คราวนี้ไม่ใช่การปืนเขาเล่น ๆ แต่เป็นการปืนขึ้นไปคนเดียวบนหน้าผาเพื่อมองหาจุดตั้งกล้องถ่ายภาพ พอไม่มีใครช่วย การปีนหน้าผาเดี่ยว ๆ พร้อมกับกระเป๋ากล้องและขาตั้งก็เป็นเรื่องไม่ง่าย ผมลื่นไหลหลายครั้ง ขากระแทกกับหินหลายครั้งเล่นเอาเจ็บและเหนื่อยทีเดียว นี่แหละหนา การปีนเขาอย่างไม่มีแบบแผนก็ทำให้ได้เจ็บตัวอย่างนี้แหละ ต่อไปผมน่าจะลองหัดปีนหน้าผาแบบมืออาชีพกับเขาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า พุงป่อง ๆ ของผมเป็นอุปสรรคหรือเปล่า

ผมได้มุมสวยด้านข้างของน้ำตกมองออกไป น้ำตกเป็นผืนแผ่นสีขาวสะอาด มีฉากหลังเป็นป่าไม้ใหญ่ ๆ สีเขียวสด ส่วนฉากหน้าตรงนี้สิ มากมายไปด้วยดอกไม้ป่าสีชมพู สวยงาม น่าเสียดายที่กล้องถ่ายภาพผมตอนนี้มันเดี้ยงไปแล้วประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รูปที่ได้ออกมาอาจจะไม่สวยงามสมบูรณ์เท่าไหร่ แต่จากมุมที่ผมยืนนี้ก็บอกได้เลยครับว่า สวยงามมาก

แล้วทีมสาว ๆ ของเราก็ค่อย ๆ ทยอยกันลงมา คราวนี้ดูเหมือนทุกคนจะมั่นใจแล้วว่า ความสูงชันไม่ได้เป็นอุปสรรค อุปกรณ์การโรยตัวและทีมงานของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ได้สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นจนทุกคนลงมาด้านล่างได้อย่างสวยงามราวกับมืออาชีพ
แม้กระทั่งน้องเปิ้ล ที่ดูจะอ่อนแอที่สุดในคณะ ก็ลงมาได้อย่างมั่นใจ

คงมีสาวตัวหนัก ๆ อย่างคุณทีมคนเดียวเท่านั้นที่มีปัญหาต้องมีพี่เลี้ยงของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ตามลงมาด้วย แต่เมื่อลงมาถึงพื้นก็ยิ้มได้และหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ถึงตอนนี้ ทั้งอะดรีนาลินและเอนโดฟีนคงวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายเธอจนคล้ายเมายาบ้าไปแล้ว

ด่านสุดท้าย ลุยป่า เล่นน้ำ ฉ่ำชื่นสบาย ปิดฉากง่าย ๆ โรยตัวลงเรือคายัก จากหน้าผาสูง ชาวเราข้ามน้ำไปอีกฟาก คราวนี้เป็นช่วงสุดท้ายแล้วครับ ต้องเดินไกลหน่อย พี่หมูบอกมา ทีมงานสาริกาแอดเวนเจอร์ฯนำเราเดินเลียบไปตามสายน้ำไหล จากหินก้อนหนึ่งไปอีกก้อนหนึ่ง บางตอนน้ำตื้นก็ลุยน้ำไป บางตอนน้ำลึก ไม่มีหินให้เหยียบ ก็ต้องลงไปลอยคอ นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าเราไม่เอาถุงกันน้ำมาด้วยจะเอากล้องถ่ายภาพหลบน้ำไปได้ยังไง เดินมาได้พักเดียวก็มาถึงลานทรายกว้างขวางใต้ร่มครึ้มของต้นไม้ น่านั่งพักผ่อน ทุกคนพากันนั่งพักแช่ลงไปในน้ำแบบไม่ต้องนัดกันเลย

มันเป็นความสุขใจอย่างน่าประหลาดครับ ที่ได้นั่งลงตรงนี้ทางด้านซ้ายมือของเราเป็นเวิ้งหินที่มีน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลงมากลายเป็นแอ่งน้ำไหลแรง พอเราปีนเข้าไปในแอ่งก็เหมือนกับลงไปอยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ โอ้โฮ้ อ่างอาบน้ำใหญ่ ๆ น้ำไหลแรง ๆ เป็นจากูซซีแบบนี้ มีเงินสักกี่ล้านถึงจะทำไว้ที่บ้านได้ล่ะเนี่ย
คราวนี้พวกเราเลยไม่ไปไหน นั่งแช่จากูซซีธรรมชาติกันอยู่ตรงนั้นทั้งหมด บางคนนอนหงายลงไปในธารน้ำ ให้น้ำธรรมชาติบริสุทธิ์ไหลผ่านหน้าตาเนื้อตัวอยู่นาน ๆ แอบฉี่ลงน้ำไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ หลายคนลงไปออกันอยู่ในอ่างน้ำ “ ที่นี่ผมตั้งชื่อให้ว่าอ่างชูวิทย์ ” พี่หมูบอก ชีวิตในท่ามกลางธรรมชาติงาม ๆ ตรงนี้ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร
“ ถ้ายกอ่างนี้ไปบ้านได้ ผมคงไม่รอช้า ยกเอาไปแล้ว ” ผมว่า เราอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่อีกนาน แต่ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา ในที่สุดเราก็พักกันเดินท่องน้ำออกมาจากที่นั่น ผ่านลานดอกไม้สวย ๆ ลำธารงาม ๆ ไปอีกหลายจุด กระทั่งเวลาผ่านไปอีกสัก ๑๕ นาที เราก็มาถึงจุดสุดท้ายของการเดินทางวันนี้

หน้าผาของ น้ำตกวังบอน ที่ที่ลำธารน้ำที่เราท่องมาตลอดทั้งสายนี้
ตกลงสู่พื้นน้ำอันกว้างใหญ่ของ อ่างเก็บน้ำวังบอน ที่นี่ทีมงานของสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ เตรียมการโรยตัวครั้งสุดท้ายลงสู่ธารน้ำสีเขียวสดของอ่างเก็บน้ำ และระหว่างที่กำลังเตรียมตัวกันอยู่นั้นเอง คุณเอก แห่งไดน่าเทรนด์ บริษัทจัดจำหน่ายเรือคายักรายสำคัญรายหนึ่ง ก็พายเรือคายักยี่ห้อโอเชี่ยน คายัก ๖ ลำพายมาหา
เราจะโรยตัวลงไปที่เรือคายักที่พายมานี่แหละ พี่หมูบอก และผมก็เป็นคนแรกอีกตามเคยที่โรยตัวลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง ลงพอดีกับเรือคายักแบบพายคนเดียวที่คุณเอกชู้ตลูกไกลส่งมาให้พอดี เรือโคลง คุณเอกส่งไม้พายมาให้ ผมรีบพายออกไปวนหามุมถ่ายภาพในอ่างน้ำกว้างทันที

แล้วทีมงานทั้งหมดก็พากันโรยตัวทยอยลงสู่เรือคายัก ลำละสองคนบ้าง สามคนบ้าง และลำสุดท้ายเป็นเรือยางลำใหญ่ ด้วยความคุ้นเคยกับการโรยตัวแล้วทุกคนจึงลงสู่เรือคายักได้อย่างปลอดภัย

พอจบเสร็จทุกคนเรียบร้อย เรือคายักทั้งหมดก็พากัน บึ้ด จ้ำ บึ้ด ออกจากน้ำตกวังบอน พายแข่งกันมาเป็นระยะทางไกลลิบ ข้ามกลางอ่างเก็บน้ำวังบอนขึ้นสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย เป็นอันจบสิ้นวันมหาสนุกของเรา ณ ที่นี้เพียงเท่านี้

ก่อนกลับบ้าน อำลาจากสาริกาแอดเวนเจอร์ฯ ผมลองแย็บถามน้องเปิ้ล สาวน้อยนักศึกษาฝึกงานที่ดูจะอ่อนแอกว่าทุกคนว่า เป็นไง กลัวไหม ครั้งแรกในชีวิตกับหน้าผาน้ำตกสูง ๖๐ เมตรน่ะ คำตอบที่ได้รับก็คือ “ มันมากค่ะไม่นึกว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้ถ้ามีอีกคราวหน้าอย่าลืมชวนนะคะ ”

  ครับ มาถึงตอนนี้ สิ่งที่ผมกังวลแต่แรกว่า สาว ๆ มือใหม่และดูผอมบางอ่อนแออย่างน้องเปิ้ล สาวมือใหม่ตัวใหญ่เทอะทะอย่างน้องทีม ไอ้หนุ่มรองเท้าแตะอย่างคุณพริก และคนแก่พุงพลุ้ยอย่างผมเอง จะโรยตัวกับหน้าผาสูงจริง ๆ กับเขาได้หรือ ก็ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ ทุกคนทำได้ ตอนท้าย ๆ ยิ่งมั่นใจทำได้ดี ผมกับน้องเปิ้ล น้องโอ๋ และคุณพริก ชักติดใจกิจกรรมท่องเที่ยวแบบนี้ ต้องมีคราวหน้าอีกแหง ๆ
จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า ใต้เพิงผาของน้ำตกเล็ก ๆ ดูไม่น่าสนใจที่ชื่อธารรัตนาซ้ายมือบนเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านจังหวัดปราจีนบุรีที่นั่น ใต้แนวหน้าผาหินจะเป็นหุบเขาน้ำตกงดงาม ที่ในฤดูดอกไม้ ดอกไม้ป่าจะพากันผลิบานอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลทินถ้าไม่โรยตัวลงไปก็ไม่มีวันได้พบ ได้เห็น ได้รู้ และได้สัมผัสอย่างแน่นอน