อุทยานวังตะไคร้


อุทยานวังตะไคร้
เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้
ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่มีถนนให้รถยนต์วิ่งเข้าชมใน
บริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภท
เช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม

ค่าผ่านประตู
(ตั้งแต่ 1 ก.ย.46)
- นักท่องเที่ยวเดินเท้าคนละ 10 บาท
- รถทุกประเภท คันละ 150 บาท (ผู้โดยสารเกิน 8 คน คิดเพิ่มคนละ 10 บาท)

- สำหรับรถมอเตอร์ไซด์ ต้องจอดไว้บริเวณด้านหน้าทางเข้า ชำระค่าจอดรถ 10 บาท และค่าผ่านประตูเข้าวังตะไคร้ คนละ 10 บาท


วังตะไคร้หรือจุมภฏ – พันธุ์ทิพย์อุทยาน
 
เป็นแหล่งที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ 120 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัดนครนายก
ประมาณ 16 กิโลเมตร มวลพฤกษชาติ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
ภายในอุทยานแห่งนี้จะออกดอกสะพรั่งตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงิน
ทำให้เกิดทัศนียภาพงดงามทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในฤดูฝน นอกจากนั้น ยังมีพันธุ์ไม้ นานาชนิด อุทยานวังตะไคร้
จึงเป็นดินแดนที่มีเสน่ห์แห่งความงามตามธรรมชาติ


พื้นดินเป็นที่ลาดเนิน สูง ต่ำ ตามธรรมชาติตัดกับท้องฟ้าสวยงามมาก

             


นับจากปี พ.ศ. 2495 ที่พลตรีพระจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์
ศักดิพินิต และหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ทั้งสองท่านสนใจในธรรมชาติได้เสด็จมาท่องเที่ยว
ได้ซื้อที่ดินและได้ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ไว้หลังหนึ่งใกล้ ๆ น้ำตกสาริกา ปัจจุบันได้ยกให้เป็นสมบัติของ
สถานีอนามัยต่อมาได้พยายามแสวงหาสถานที่เพื่อสร้างตำหนักและอุทยานในชนบทสำหรับพักผ่อน
พระอิริยาบถ ในที่สุดได้พบสถานที่ถูกใจ จึงได้ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินจากชาวบ้าน ที่ครอบครอง
อยู่บริเวณที่เรียกกันว่า วังตะไคร้ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมที่ชาวบ้านเรียกกัน มานาน แล้วเนื่องจากลักษณะ
ภูมิประเทศตอนหนึ่งมีลำธารน้ำไหลมาสงบนิ่งอยู่เป็น วังน้ำกว้าง

บริเวณนี้มีความงดงามตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของลำธาร 2 ลำธารลำธารหนึ่งชื่อคลอง
มะเดื่อจากน้ำตกเหวกระถินกับอีกลำธารหนึ่งชื่อคลองตะเคียน จากน้ำตกแม่ปล้อง ลำธารทั้ง 2 นี้
ไหลมาบรรจบกันเป็นธารเดียว มีแอ่งน้ำขัง เป็นวังน้ำอยู่เป็นตอน ๆ ไหลลงสู่แม่น้ำนครนายกและมีต้นตะไคร้
น้ำตะไคร้หางนาค นับเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ชอบขึ้นอยู่ตามห้วยลำธารทั่วไป เป็นต้นไม้ที่เหนียวมากมีก้านสีดำ
และมีดอกสีชมพูน่ารักมาก บริเวณวังตะไคร้นี้เดิมมีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ต่อมาได้ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดิน
จากผู้อื่นขยายตัวเป็นสวนพฤกษชาติ มีเนื้อที่ประมาณ1,000 ไร่เนื่องจากวังตะไคร้นี้เป็นด้านที่รับลมมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม จึงทำให้มีฝนตกชุกหุบเขาบริเวณนี้จึงมีพรรณไม้
ใหญ่น้อยมากมาย ลำธารน้ำจะมีน้ำเต็มฝั่งไหลเชี่ยวจัด จึงเป็นที่เล่นกีฬาล่องแก่งด้วยแพยาง หรือชูชีพกัน
อย่างสนุกสนาน

พ.ศ.2497 ได้มีการถางป่าปรับพื้นที่บางส่วนพร้อมกับสร้างตำหนัก
เป็นที่ประทับพักผ่อนส่วนพระองค์และญาติมิตร มีผู้มาชมสถานที่
นี้บ้างเป็นครั้งคราว ท่านเจ้าของสถานที่ได้รวบรวมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศฝากซื้อพันธุ์บ้างจากการสั่งซื้อบ้าง แลกเปลี่ยนกับนักเล่นต้นไม้ด้วยกันบ้าง และขยายพันธุ์ที่นี่ ด้วยเจตนาจะให้เป็นสวนพฤกชาติอันแท้จริงและเป็นสถานที่
พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน การขยายบริเวณวังตะไคร้
ทำกันอย่างยากลำบาก กว่าจะเป็นอย่างที่เห็นขณะนี้ต้อง เพิ่มคนงานสั่งรถแทรกเตอร์ไว้ใช้งาน ทำเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม
ยามฝนตกหนักต้องขุดต้นไม้บางชนิดที่ไม่จำเป็นออกไปปราบต้นอ้อ และหญ้าคา ปลูกหญ้านวลน้อยให้เป็นสนามหญ้าอันเขียวสด ประดับด้วยไม้ดอก ไม้ใบนานาชนิดปลูก
เป็นหมู่บ้างเดี่ยวบ้าง เป็นไม้ยืนต้นพุ่มใหญ่ พุ่มกลาง พุ่มเตี้ยมีไม้ล้มลุกทั้งไทยและเทศโดยรักษาสภาพ
ธรรมชาติเดิมไว้อย่างสวยงาม มีขุนเขาสูงตระหง่านอยู่เป็นแนวเบื้องหลังนับเป็นอุทยานที่ตั้งใจสร้างขึ้นจาก
ความฝันของคุณท่านซึ่งมีมากว่า 40 ปี ให้เป็นความจริงขึ้นมา หลังจาก พ.ศ. 2502 อันเป็นปีที่เสด็จในกรมฯ สิ้นพระชนม์ คุณท่านได้ปรับปรุงสถานที่นี้ให้งดงามยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นอนุสรณ์แก่พระองค์ท่าน คุณท่านได้เพิ่ม
ความพยายามทั้งกำลังใจ กำลังทรัพย์ และเวลา ขยายงานที่อุทยานแห่งนี้ตลอดมาเพื่อให้เป็นที่พักผ่อน
หย่อนใจอันถาวร สร้างความสดชื่น สนุกสนานรื่นเริงสร้างเป็นสวนพฤกษชาติพร้อมทั้งให้ความรู้ทาง
พฤกษศาสตร์เนื่องจากมี พรรณไม้ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศนำมารวบรวมไว้ เพื่อให้เป็นที่ศึกษาหา
ความรู้ด้านนี้


นอกจากนี้คุณท่านยังได้จ้างผู้เชียวชาญจากกรุงเทพมหานคร
เข้าไปร่วมงานการจัด สถานที่ให้เป็นสวนสาธารณะอย่างแท้
จริงอีกด้วย พ.ศ. 2504 จึงเปิดให้ประชาชนเข้าชม อุทยานวังตะไคร้ นับเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ที่มี ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม

ปัจจุบันอุทยานวังตะไคร้ หรือจุมภฏ - พันธุ์ทิพย์อุทยาน หรือสวนพฤกษชาติวังตะไคร้เแห่งนี้ เป็นสมบัติของ
มูลนิธิจุมภฏ - พันธุ์ทิพย์ บริหารโดยคณะกรรมการ บริหารของมูลนิธิฯเพื่อให้เป็นไปตามตราสารของมูลนิธิฯ
ในอันที่จะให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และเป็นที่ศึกษาหาความรู้ทางพฤกษศาสตร์
ที่มีความสวยงามมีไม้ประดับ สวนผลไม้ สวนดอกไม้สวนปาล์ม สวนต้นไม้ในวรรณคดี สวนไม้ผลป่า สวนป่า และสวนสมุนไพร ทั้งในประเทศและต่างประเทศเกือบทั่วโลกนับร้อยชนิด นับเป็นที่เชิดหน้าชูตาประเทศไทย
ไปอีกนาน แสนนาน



ประกาศ: ขอเปลี่ยนแปลงค่าเข้าชม จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ อุทยานวังตะไคร้ วังตะไคร้มีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือ
จากทุกท่านในการปรับอัตราค่าผ่านประ ตูวังตะไคร้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งยังคงเป็นอัตราที่ต่ำกว่าสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพื่อให้
มูลนิธิฯ สามารถพัฒนาวังตะไคร้อย่างต่อเนื่องและมอบสิ่งที่ดียิ่งขึ้น
ตอบแทนคืนสู่ผู้ที่รักและอุปการะคุณต่อวังตะไคร้
โดยกำหนดให้อัตราค่าผ่านประตูใหม่ ซึ่งจะเริ่มใช้ใน สิงหาคม
พ.ศ. 2552

- นักท่องเที่ยวเดินเท้า คนละ 10 บาท
- รถคันละ 150 บาท
หมายเหตุ ถ้าผู้โดยสารเกิน 8 คน คิดเพิ่มตามจำนวนคนๆ ละ 10 บาท
รายได้ทุกบาททุกสตางค์ เราจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาวังตะไคร้ หรือเพื่อทำสาธารณประโยชน์
ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องทุนการศึกษา
และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม รายได้ทุก บาททุกสตางค์ที่มาจากท่าน เราจะคืนสู่สังคม
มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ และอุทยานวังตะไคร้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความอุปการะ และความสนับสนุนด้วยดีตลอดมา


 

 

 



รายละเอียดที่พัก

 

NO

ชื่อบ้านพัก

จำนวนคน

ราคา/คืน

1.

บ้านแก่ง

14

5,000

2.

บ้านเกาะ(แอร์)

12

4,800

3.

บ้านริมน้ำ

10

3,700

4.

บ้านรับรองริมน้ำ

1,500 (เช่าเป็นห้องๆละ 2คน ราคา 800 บาท)

5.

บ้านเชิงดอย

10

2,300 

6.

บ้านแก่งน้อย

8

2,000

7.

บ้านรับรองธารทิพย์

8

2,600 (เช่าเป็นห้องๆละ 2คน ราคา 800 บาท)

8.

บ้านธารทิพย์

12

5,500

9.

เรือนแสงจันทร์1 

48

7,200

10.

เรือนแสงจันทร์2

24

3,600

11.

บ้านใหม่

12

4,500

12.

บ้านกลางน้ำ

3,000

13.

บ้านริมทาง 1 (แอร์)

6

2,600

14.

บ้านริมทาง 2 (แอร์)

2

1,000 

15.

บ้านใหญ่ (แอร์)

20

6,500

16.

บ้านเล็ก

1,800

17.

บ้านพลอย(แอร์)

7

2,800

18.

บ้านหัวหาด(แอร์)

4

2,000

19.

บ้านจามจุรี (แอร์)

2,000

20.

บ้านเขื่อน (แอร์)

2,600

21.

บ้านริมคลอง(แอร์)

12

4,500

22.

บ้านเชิงเขา

5

1,500 

23.

บ้านชายเขา

2,300

24.

 เรือนนอน 3

50                             

7,500

25. 

เรือนนอน 4

50

 7,500

* *จำนวนคนเข้าพักเพิ่มเกินที่กำหนดไว้คิดเพื่มคนละ 200 บาท (ในกรณีไม่แจ้งจำนวนคนเกินล่วงหน้า ขอสงวนสิทธิ์คิดค่าคนเกินคนละ 400 บาท ) 
สอบถามเพิ่มเติมที่ จ.นครนายก 037-385-164-5 , 037-385-284 ติดต่อบ้านพัก กด102 ส่งเอกสาร 124
  มือถือ081-9890365
 



รายการอาหาร
อาหารประเภทแกง
1. แกงจืดหน่อไม้ไก่หมู
2. แกงจืดเกี่ยมฉ่ายไก่-หมู-กระเพาะหมู
3. แกงเขียวหวานไก่หมูลูกชิ้นปลา
4. ปลาช่อนแป๊ะซะ
5. ต้มข่าไก่
6. ต้มยำไก่


อาหารประเภทยำ
1. ยำปลาดุกฟู
2. ยำสามกรอบ
3. ยำตระไคร้
4. ยำหมูย่าง
5. ลาบไก่-หมู-ปลาดุก
6. ยำวุ้นเส้น


อาหารประเภททอด-ย่าง
1. ปลาช่อนทอดกรอบยำเมล็ดมะม่วงหิมพานต์
2. ปลาดุกฟูผัดพริกขิง
3. ปลาเก๋าราดพริก
4. หมูทอด-ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย
5. คอหมูย่าง
6. ไข่เจียวหมูสับ
อาหารประเภทผัก
1. ผัดผักรวมมิตร
2. คะน้าปลาเค็ม
3. คะน้าหมูกรอบ
4. ผักบุ้งไฟแดง
5. ผัดกระเพาหม-ูไก่


อาหารทานกับข้าวต้ม
1. ไข่เจียว
2. ยำกุ้งแห้ง
3. ยำกุนเชียง หรือ กุนเชียงทอด
4. ยำไข่เค็ม
5. หัวไชโป้วผัดใส่ไข่
6. ยำเกี้ยมฉ่าย
7. ข้าวต้มหมู-ไก่
8. ปลาท่องโก๋-กาแฟ


อาหารอื่นๆ
1. ข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่าง
2. น้ำพริกปลาทู ผักสด ผักต้ม
3. ไข่พะโล้
4. ขาหมู
5. ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นไก่-หมู
6. ขนมจีนน้ำพริก-ขนมจีนน้ำยา


อาหารเช้า คนละ 50 บาท
กลางวัน คนละ 150 บาท
เย็น คนละ 220 บาท

 
อาหาร 3 อย่าง/มื้อ
ถ้าเพิ่มอาหารคิดอย่างละ 40-50 บาท

www.wangtakrai.com

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก
Tourism Authority of Thailand : Nakhon Nayok Office